เคล็ดลับการคำนวณโอกาสติด TCAS แบบแม่นยำ พร้อมเทคนิคคิดคะแนนให้เป๊ะ!
ระบบคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา หรือ TCAS (Thai University Central Admission System) เป็นบททดสอบสำคัญของน้อง ๆ นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ต้องการจะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งการคำนวณคะแนนล่วงหน้าอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณวางแผนเลือกคณะได้อย่างแม่นยำพร้อมเพิ่มโอกาสในการสอบติด วันนี้จะพาไปเรียนรู้ว่า tcas มีกี่รอบ เทคนิคการคิดคะแนน TCAS ให้เป๊ะ พร้อมเคล็ดลับในการวิเคราะห์ข้อมูลกัน
รู้จักระบบ TCAS ให้ลึกซึ้งก่อนคำนวณคะแนน
ก่อนจะคำนวณคะแนนได้แม่นยำ คุณต้องเข้าใจระบบ TCAS ให้ดีเสียก่อน ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่า tcas มีกี่รอบ แท้จริงแล้วระบบ TCAS มีทั้งหมด 5 รอบ ที่มีเกณฑ์การคัดเลือกแตกต่างกันดังนี้
รอบที่ 1 Portfolio - คัดเลือกโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน ไม่ใช้คะแนนสอบกลาง
รอบที่ 2 Quota -ใช้เกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด เช่น GPAX, กิจกรรมพิเศษและคะแนนสอบเฉพาะ
รอบที่ 3 Admission 1 -ใช้คะแนนสอบกลาง เช่น GAT, PAT, วิชาสามัญ
รอบที่ 4 Admission 2 - คล้ายกับรอบ 3 แต่มีโอกาสเลือกมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม
รอบที่ 5 Direct Admission - มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครเอง
ในส่วนของการคำนวณคะแนนจะสำคัญเป็นอย่างมากใน รอบที่ 3 และ รอบที่ 4 เพราะใช้คะแนนสอบกลางเป็นหลัก
วิธีคำนวณคะแนน TCAS อย่างละเอียด
ในแต่ละคณะจะมีสูตรคำนวณคะแนน TCAS ที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปจะคำนวณจาก GAT, PAT, วิชาสามัญ ตามสัดส่วนที่มหาวิทยาลัยกำหนด เช่น
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล (วศ.บ.)
คัดเลือกจากกลุ่มผู้สมัคร หลักสูตรแกนกลาง, หลักสูตรอาชีวศึกษา, หลักสูตรนานาชาติ, หลักสูตรตามอัธยาศัย(กศน.) และหลักสูตร GED
ค่าน้ำหนักในการคำนวณคะแนน TGAT1 20% ( การสื่อสารภาษาอังกฤษ), สัดส่วนคะแนน TGAT2 20% (การคิดอย่างมีเหตุผล), สัดส่วนคะแนน TPAT3 20% ( ความถนัดทางวิทยาศาสตร์) A-Level คะแนนคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 20% และ A-Level คะแนนฟิสิกส์ 20% รวม 100%
วิธีการคำนวณ
ปรับฐานคะแนนแต่ละวิชาให้มีค่าเท่ากับ 100 คะแนน
เปอร์เซ็นของค่าน้ำหนักที่ใช้ในการคำนวณจะมีค่าเท่ากับ 100 x เปอร์เซ็นต์ของวิชานั้น ๆ เช่น TGAT1 20% ค่าที่ได้คือ 0.2
คะแนนรวมจึงมีค่าเท่ากับ = (0.2 x TGAT1) + (0.2 x TGAT2) + (0.2 x TPAT3) + (0.2 x คณิตศาสตร์ประยุกต์1) +(0.2 x ฟิสิกส์)
สมมุติคะแนนที่ทำได้เป็น TGAT1 50 คะแนน, TGAT2 65 คะแนน, TPAT3 60 คะแนน, คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 70 คะแนน และฟิสิกส์ 60 คะแนน
คะแนนที่ได้จึงมีค่าเท่ากับ = (0.2 x 50) + (0.2 x 65) + (0.2 x 60) + (0.2 x 70) +(0.2 x 60)
= 10 + 13 + 12 +14 + 12 = 61คะแนน จากคะแนนเต็ม 100คะแนน
หากมีการนำเกรดเฉลี่ยมาใช้ในการพิจารณา เช่น ใช้เกรดเฉลี่ย 25%, TGAT1 50% และ TPAT3 25% โดยให้ทำการปรับน้ำหนักเกรดเฉลี่ยให้มีค่าเท่ากับ 100 นั่นหมายความว่าถ้าเกรดเฉลี่ยเท่ากับ 3.00 ให้ใช้ 0.25 เป็นตัวคูณ จะได้ (3.00 x 25) x 0.25
นั่นหมายความว่าคะแนนที่ได้จะเป็น = (3.00 x 25) x 0.25 + (0.5 x 50) + (0.25 x 60) = 18.75 + 25 + 15 = 58.75 คะแนน
หรือบางคณะใช้คณะ 3 วิชารวมกันให้ได้ 100 คะแนน เช่น TGAT1 + TPAT3 + A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์1 จะได้คะแนนเป็น 100 คะแนน มีวิธีคิด (TGAT1 + TPAT3 + A-Level) / 3เช่น (50 + 60 + 70)/ 3 = 60 คะแนน
เทคนิคเพิ่มโอกาสติด TCAS ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล
1.เช็กคะแนนต่ำสุด-สูงสุดของปีก่อน
ให้น้อง ๆ ตั้งเป้าหมายมหาวิทยาลัย คณะและสาขาที่ตนเองจะเข้าศึกษาต่อ จากนั้นดูสถิติคะแนนย้อนหลังของคณะที่สนใจว่าคะแนนขั้นต่ำของปีก่อนอยู่ที่เท่าไร เพื่อเปรียบเทียบกับคะแนนของตัวเอง
ตัวอย่างถ้าคะแนนขั้นต่ำสุดของคณะในปีก่อนอยู่ที่ 58 คะแนน แต่คุณคำนวณได้ 61 คะแนน แสดงว่ามีโอกาสที่จะติด
2.เช็กจำนวนที่นั่งหรือที่คณะนั้น ๆ จะรับ
แม้ว่าจะทำคะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ก็อย่าชะล่าใจ ให้เช็กจำนวนที่นั่งหรือคณะที่ต้องการจะเข้าเรียนว่ารับจำนวนเท่าใด เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับเพียง 20 คนเท่านั้น นั่นหมายความว่าอัตราการแข่งขันอยู่ในเกณฑ์ที่สูง เป็นไปได้ว่าแค่คะแนนสูงกว่าคะแนนต่ำสุดเพียงเล็กน้อยอาจไม่เพียงพอ อาจต้องดูสาขาอื่นหรือมหาวิทยาลัยอื่นเผื่อไว้เพื่อความปลอดภัย
3.ใช้เครื่องคำนวณคะแนนออนไลน์
เว็บไซต์หลายแห่งมีระบบช่วยคำนวณคะแนน TCAS ตามสูตรของแต่ละคณะ เช่น MyTCAS
4.เลือกคณะให้เหมาะสมกับคะแนน
แบ่งการเลือกคณะเป็น 3 ระดับ จากหลาย ๆ มหาวิทยาลัย
-คณะที่มีคะแนนต่ำกว่าที่ทำได้เล็กน้อย (ปลอดภัย)
-คณะที่คะแนนใกล้เคียงกับที่ทำได้ (พอดี)
-คณะที่คะแนนสูงกว่าที่ทำได้เล็กน้อย (เผื่อฟลุก)
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการคำนวณคะแนน TCAS
1.เกรดเฉลี่ยสะสม
บางคณะมีเกรดการนำคะแนนเกรดเฉลี่ยสะสมมาช่วยในการคิดคำนวณ ซึ่งจะมีการกำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำเอาไว้ เช่น กำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำ 3.25 นั่นหมายความว่าหากได้เกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 3.25 ลงไปทางคณะจะไม่รับ
2.ค่าน้ำหนักคะแนน
ค่าน้ำหนักคะแนน เป็นการนำคะแนนมาคิดเป็น % มิใช่เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ดังนั้นจึงระมัดระวังในส่วนนี้และที่สำคัญยิ่งค่า% น้ำหนักมากเท่าใด ยิ่งให้ความสำคัญมากกว่าวิชาอื่น ๆ ต้องอ่านสูตรคำนวณของแต่ละคณะให้ดี และตรวจสอบว่าใช้สัดส่วนคะแนนถูกต้อง
3.ไม่ตรวจสอบคะแนนย้อนหลัง
หากไม่เช็กคะแนนย้อนหลัง อาจทำให้เลือกคณะผิดพลาด เช่น เลือกคณะที่คะแนนสูงกว่ามากเกินไป เลือกคณะตามกระแสโดยไม่เช็กเกณฑ์รับสมัครบางคณะมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ต้องมีคะแนนขั้นต่ำในบางวิชา หรือใช้ Portfolio ประกอบ
การคำนวณคะแนน TCAS อย่างแม่นยำนับเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มโอกาสสอบติดคณะและมหาวิทยาลัยที่ต้องการ เพื่อความมั่นใจอย่าลืมเช็กคะแนนย้อนหลัง ศึกษาสูตรคำนวณของคณะและเลือกคณะอย่างชาญฉลาด พร้อมกับใช้เครื่องมือคำนวณคะแนนเพื่อช่วยวางแผนอย่างเป็นระบบ แล้วน้อง ๆ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในการสอบ TCAS มากขึ้น
สำหรับใครที่ต้องการเสริมความมั่นใจในคะแนนสอบ TCAS เก่งได้ อะคาเดมี่ คอร์สเรียนออนไลน์ ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา เพียบพร้อมด้วยติวเตอร์มากประสบการณ์ เชื่อมโยงผ่านระบบการเรียนรู้ที่ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเรียนแต่ละคน การเตรียมตัวสอบไม่ใช่แค่เรื่องของการอ่านหนังสือ แต่ยังรวมถึงเทคนิคในการจัดการเวลาและการตอบคำถามอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถพบได้ที่ เก่งได้ อะคาเดมี่
ที่มาของข้อมูล
- คะแนนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตามเอกสารแนบ
- https://x.com/dekdtcas/status/1737756528780931305?prefetchTimestamp=1739158154376&mx=2
- https://tcas.in.th/
- https://tcaster.net/uncategorized/2022-03-สอนวิธีคิดคะแนน-tcas-รอบ3-จุ /
- https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/95835