ปูพื้นฐาน เตรียมสอบ GAT PAT ฉบับคนไม่มีเวลาให้ปัง เริ่มต้นยังไงดี
เตรียมสอบ GAT PAT เริ่มที่ตั้งเป้าหมาย หมั่นอ่านหนังสือทบทวนและสรุปเนื้อหา
การสอบ GAT PAT เป็นการสอบที่สำคัญสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อใช้คะแนนในการยื่นเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยเฉพาะในระบบ TCAS ที่มีการใช้คะแนน GAT (General Aptitude Test), PAT (Professional and Academic Aptitude Test) และ A-Level เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักในการคัดเลือกคณะต่าง ๆ ดังนั้น การ เตรียมสอบ อย่างมีระบบ จะช่วยให้นักเรียนเข้าใกล้มหาวิทยาลัยและคณะที่ต้องการได้มากขึ้น
เตรียมสอบ หาข้อมูล GAT PAT คณะในฝัน
• เริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมาย
ก่อนที่จะ เริ่มอ่านหนังสือ หรือฝึกทำข้อสอบอย่างไร้ทิศทาง นักเรียนควรเริ่มจากการหาข้อมูลเกี่ยวกับคณะที่ต้องการเข้าเรียนเสียก่อน เช่น คณะนั้น ๆ ใช้คะแนน GAT/PAT วิชาใดบ้างและต้องใช้คะแนนขั้นต่ำเท่าไร เพื่อจะได้วางแผนการ เตรียมสอบล่วงหน้า ได้อย่างถูกต้อง เพราะการเวทคะแนนของแต่ละวิชาก็จะมีค่าที่แตกต่างกัน การรู้เป้าหมายจะช่วยให้น้อง ๆ ไม่หลงทางและโฟกัสกับวิชาที่สำคัญจริง ๆ เช่น คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ใช้คะแนน ความถนัดทั่วไป (TGAT) 30% และคะแนนความถนัดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ (TPAT3) 70%
หรือคณะวิศวกรรมศาสตร์ ใช้คะแนน การสื่อสารภาษาอังกฤษ (TGAT1) 20%, คะแนนการคิดอย่างมีเหตุผล (TGAT2) 20% คะแนนความถนัดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ (TPAT3) 20%, คะแนน A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 (พื้นฐาน+เพิ่มเติม) 20% และคะแนน A-Level ฟิสิกส์ 20%
จะเห็นว่าแต่ละคณะจะใช้คะแนนในแต่ละวิชาที่แตกต่างกัน หากวางแผนเริ่มต้นจากข้อมูลเหล่านี้ ก็จะช่วยให้การเตรียมตัวสอบของมีเป้าหมายและลดการอ่านเกินความจำเป็นลงได้
• ศึกษารายละเอียดข้อสอบ
GAT (General Aptitude Test) และ PAT (Professional and Academic Aptitude Test) มีเนื้อหาและรูปแบบข้อสอบแตกต่างกัน โดย GAT จะเน้นการคิดวิเคราะห์และภาษาอังกฤษ ส่วน PAT จะเน้นเนื้อหาวิชาชีพเฉพาะทาง ส่วน A-Level จะเป็นวิชาเฉพาะ เช่น TGAT1 91 การสื่อสารภาษาอังกฤษ, TPAT3 30 ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์, A-Level 61 Math1 วิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 ฯลฯ นักเรียนควรศึกษารายละเอียดข้อสอบแต่ละวิชา เช่น เนื้อหาที่ใช้สอบ จำนวนข้อสอบ เวลาที่ใช้สอบและรูปแบบข้อสอบ เพื่อจะได้เตรียมตัวได้อย่างตรงจุด
ทำตารางอ่านหนังสือ GAT PAT เตรียมสอบ
จัดตารางการอ่านหนังสืออย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของแต่ละวิชา ควรเริ่มจากการจัดลำดับวิชาตามความถนัดและความสำคัญ เช่น วิชาไหนออกข้อสอบเยอะหรือเป็นจุดอ่อนของตัวเองให้อ่านก่อน จากนั้นแบ่งเวลาต่อวันให้เหมาะสม เช่น วันธรรมดาอ่าน 3-4 ชั่วโมง วันหยุดอ่าน 6-8 ชั่วโมง
ตัวอย่างตารางอ่านหนังสือ
o สัปดาห์ที่ 1: อ่านเก็บเนื้อหาให้ครบทุกบท พร้อมจดโน้ตทำสรุป
o สัปดาห์ที่ 2-3: เน้นจับเวลาฝึกทำข้อสอบเก่า หาจุดอ่อนที่ต้องทบทวนหรือฝึกฝนเพิ่ม
o สัปดาห์สุดท้าย: ทบทวนเนื้อหาจากโน้ตที่ทำสรุปไว้
สรุปเนื้อหาสั้น ๆ ประหยัดเวลา เตรียมสอบ
การสรุปเนื้อหาให้สั้น กระชับและเข้าใจง่าย เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักเรียนจดจำเนื้อหาได้ดีขึ้นและสามารถทบทวนวิชาที่ต้องการได้หลายรอบภายในระยะเวลาสั้น ๆ การสรุปเนื้อหาด้วยภาษาตัวเองช่วยให้เข้าใจมากกว่าการท่องจำและยังช่วยลดเวลาการทบทวนเมื่อใกล้สอบอีกด้วย
• วิธีการสรุปเนื้อหาอย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้ Mind Map วาดแผนผังความคิดเพื่อเชื่อมโยงเนื้อหาแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน เช่น สรุปสูตรคณิตศาสตร์หรือไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
- เขียน Short Notes เขียนสรุปด้วยภาษาของตัวเองในกระดาษ A5 หรือ Post-it แล้วติดไว้ในจุดที่เห็นบ่อย
- สรุปด้วยคำถาม แทนที่จะเขียนแต่เนื้อหา ให้เขียนเป็นคำถามแล้วลองตอบ เช่น วิธีแก้โจทย์ A-Level 61 Math1 ข้อสอบกราฟฟังก์ชันทำยังไง?
- ฟังเสียงตัวเอง อัดเสียงตัวเองอ่านสรุปไว้ แล้วเปิดฟังตอนเดินทางหรือตอนพักผ่อน เพื่อใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- โฟกัสเนื้อหาที่ออกสอบบ่อย ควรเน้นอ่านบทที่ออกสอบบ่อยหรือเป็นจุดแข็งของข้อสอบแต่ละวิชา เช่น GAT เชื่อมโยงควรฝึกการวิเคราะห์บทความและจับใจความสำคัญ ส่วน A-Level 61 Math1 คณิตศาสตร์ควรเน้นเรื่องที่ออกบ่อย เช่น ตรรกศาสตร์ เซต ระบบจำนวนจริง ฯลฯ การโฟกัสเนื้อหาสำคัญจะช่วยให้น้อง ๆ ใช้เวลาน้อยแต่ได้ผลลัพธ์สูง
- ใช้แหล่งสรุปออนไลน์ ปัจจุบันมีแหล่งสรุปเนื้อหาและแนวข้อสอบออนไลน์มากมาย เช่น เว็บไซต์ติวเตอร์ หรือกลุ่มติวในโซเชียลมีเดีย สามารถนำมาประกอบการทบทวนเพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้เร็วขึ้น
ฝึกฝน โจทย์ เตรียมสอบ ล่วงหน้า
การฝึกทำโจทย์เป็นวิธี เตรียมสอบ ที่ดีที่สุดในการเตรียมตัวสอบ GAT/PAT เพราะจะช่วยให้นักเรียนคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบและฝึกการจับเวลา ควรหาแนวข้อสอบเก่าหรือข้อสอบที่ออกบ่อยมาฝึกทำ
- วิเคราะห์จุดอ่อนหลังทำโจทย์
หลังจากทำโจทย์แต่ละชุด ควรตรวจคำตอบและวิเคราะห์จุดอ่อนของตัวเอง เช่น ข้อไหนผิดบ่อย ข้อไหนใช้เวลานาน จากนั้นนำไปทบทวนหรือฝึกฝนเพิ่มเติม
- ฝึกจับเวลาเสมือนสอบจริง
ควรฝึกทำข้อสอบด้วยการจับเวลาเหมือนสอบจริง เพื่อฝึกบริหารเวลาและลดความตื่นเต้นในวันสอบจริง เทคนิคนี้จะช่วยให้น้อง ๆ จัดสรรเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพในห้องสอบ
- ขอคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์
หากมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจเนื้อหาใด สามารถขอคำแนะนำจากครูพี่เลี้ยง รุ่นพี่ หรือเพื่อนที่เคยสอบมาแล้ว เพื่อเพิ่มเทคนิคและแนวทางการทำข้อสอบ
การเตรียมตัวสอบ GAT/PAT ให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการ วางแผนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่ดี มีวินัยในการอ่านหนังสือ สรุปเนื้อหาอย่างกระชับ และฝึกทำโจทย์อย่างสม่ำเสมอ เมื่อถึงวันสอบจริง ควรเตรียมอุปกรณ์และเอกสารให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ และทำข้อสอบด้วยความมั่นใจ ขอให้น้อง ๆ ทุกคนโชคดีและได้เข้าเรียนต่อในคณะในฝัน!
สำหรับนักเรียนคนไหนที่กำลังมองหาตัวช่วยในการเตรียมสอบเข้า ม.ปลาย หรือมหาวิทยาลัย เก่งได้ อะคาเดมี่ คือเพื่อนคู่คิดที่พร้อมสนับสนุนให้น้อง ๆ ไปถึงฝั่งฝัน ด้วยคอร์สติวสอบที่ออกแบบมาเพื่อเสริมความเข้าใจในเนื้อหา พร้อมการทำข้อสอบและคำแนะนำจากรุ่นพี่ ที่ประสบความสำเร็จจริง เพื่อให้น้อง ๆ ได้มั่นใจในทุกสนามสอบ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://kengdai.ac/
ที่มาของข้อมูล
- https://mytcas.com/
- https://www.boostup.in.th/content/374
- https://www.opendurian.com/news/6trick_gatlink/
- https://www.smartmathpro.com/article/howto-prepare-tcas67/
- https://www.freepik.com/free-photo/young-pretty-woman-handsome-man-reading-sofa_5392723.htm#fromView=search&page=1&position=5&uuid=3f3cb397-3640-4f08-8763-3cac85581a5f&query=Tutoring+reading+books