สร้างแรงบันดาลใจการอ่านด้วย เทคนิคการอ่านหนังสือ
เชื่อว่าปัญหาหนึ่งที่น้อง ๆ วัยเรียนทุกคนเป็นเหมือนกันก็คือรู้สึกเบื่อกับการเรียน เพราะเนื้อหาแต่ละวิชาที่เยอะ จนไม่สามารถทำความเข้าใจทั้งหมดได้ พอเราไม่เข้าใจก็ตามไม่ทันทำให้หมดสนุกกับการเรียนไปเลย อ่านหนังสือ ก็ไม่เข้าหัว พาลทำให้เกิดความท้อขึ้นมาได้ น้อง ๆ คนไหนที่กำลังเจอกับปัญหานี้อยู่ บทความนี้มี เทคนิคการอ่านหนังสือ ปลุกไฟสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือมาฝากน้อง ๆ กัน
สาเหตุอะไรทำให้เราขาดแรงจูงใจในการอ่านหนังสือ
สาเหตุหลักที่ทำให้เราขาดแรงจูงใจในการอ่านหนังสือก็คือความรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่สนุก เพราะตามธรรมชาติของคนเราเวลาทำอะไรที่สนุกเราก็มักจะอยากทำนาน ๆ แต่การอ่านหนังสือยิ่งเป็นหนังสือเรียนด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ช่างไม่สนุกเอาเสียเลย ไหนจะเนื้อหาที่ยาก เยอะ และซับซ้อน อ่านไปก็หลับ อ่านไปก็จำไม่ได้ ทำให้น้อง ๆ หลาย ๆ คนท้อและหมดไฟในการอ่านหนังสือไปได้เลย
เทคนิคการอ่านหนังสือ ปลุกไฟเพิ่มพลังในการอ่าน
1.กำหนดเป้าหมายใหญ่ให้ชัด
เทคนิคการปลุกไฟในการอ่านหนังสืออย่างแรกเราจำเป็นต้องมองเห็นเป้าหมายให้ชัดก่อน ว่าเราอ่านหนังสือไปทำไม เป้าหมายที่ชัดจะเป็นตัวนำทางเราไป เช่น อยากสอบได้คะแนนดี อยากสอบติดคณะในฝัน อยากสอบได้ทุน จะช่วยปลุกพลังใจให้เราอ่านหนังสืออย่างมีจุดมุ่งหมายและมองภาพออกว่าสิ่งที่เรากำลังทำนี้เพื่ออะไร ท้ายที่สุดแล้วมันจะเป็นผลดีกับเรายังไง
2.กำหนดเป้าหมายย่อยเล็ก ๆ
การกำหนดเป้าหมายอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะเป้าหมายนั้นอาจจะดูใหญ่และไกลเกินไป เราลองกำหนดเป้าหมายในระยะสั้น ๆ แบ่งเป็นเป้าหมายเล็ก ๆ ที่จะทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายใหญ่ได้ในที่สุด เช่น อ่านให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 บท พร้อมทำโจทย์วันละ 50 ข้อ ก็จะทำให้เราภาคภูมิใจและมีแรงลุยต่อจนถึงเป้าหมายใหญ่
3.เพิ่มความสนุกในการอ่านหนังสือ
สร้างความสนุกในการอ่านหนังสือ เพราะลำพังการกำหนดเป้าหมายทั้งเล็กและใหญ่อาจจะยังทำให้เราท้อถอยได้ เพราะ การอ่านกับการเรียนรู้ ยังไงก็น่าเบื่ออยู่ดี เราควรบวกความสนุกเข้าไปด้วย อาจเริ่มจากการอ่านวิชาที่เราชอบที่สุดก่อน อะไรที่เราชอบเราจะมีแนวโน้มอยู่กับมันได้นาน
เราอาจเพิ่มความสนุกด้วยการทำข้อสอบหรือตะลุยโจทย์ก่อนอ่านหนังสือ เพราะเราจะได้รู้ตอนทำโจทย์ว่าเรายังขาดเรื่องอะไร เราจะได้กลับไปเจาะอ่านเนื้อหาส่วนนั้น ทำให้มองเห็นเป้าในการอ่านหนังสือได้ดีกว่าการอ่านไปเรื่อย ๆ แบบไม่รู้จะโฟกัสอะไร นอกจากนั้นหากเราทำโจทย์ได้เราจะยิ่งมีกำลังใจ รู้สึกว่าตัวเองทำได้ เมื่อทำได้ก็อยากจะเอาชนะทำให้ได้อีก ก็จะกลับไปอ่านไปทบทวนเพิ่มอีก ความสนุกในการอ่านและการทำโจทย์ก็จะมาคู่กัน ท้ายที่สุดเราจะสนุกไปกับมัน
4.หาแรงบันดาลใจรอบ ๆ ตัวจากคนที่รัก
เราสามารถมองหาแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือจากบุคคลแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นดาราไอดอลที่ชื่นชอบ คนพิเศษในชีวิต หรือคนในครอบครัวมาเป็นแรงผลักดันให้เรามีพลังกายและพลังใจในการฟันฝ่าปลุกไฟในการอ่านหนังสือ
รวม เทคนิคการอ่านหนังสือ ยังไงให้เข้าใจได้ไม่ลืม
1.อ่านสะสมทีละน้อย
ไม่ควรตะบี้ตะบันอ่านหนังสือแบบหักโหมหามรุ่งหามค่ำ ไม่อ่านทีเดียว เพราะเนื้อหาเยอะมาก เราไม่สามารถตกผลึกและจดจำในสิ่งที่อ่านได้ทั้งหมดในรวดเดียว ควรแบ่งอ่านเนื้อหาทีละบทสองบท อ่านสะสมกันไป วิธีนี้จะช่วยให้รู้สึกว่าในแต่ละวันเราอ่านไม่เยอะ เราจะไม่ท้อและอยากอ่านไปเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดเราจะอ่านเนื้อหาได้จนจบ
2.จดสรุปโน้ตในสิ่งที่อ่าน
จดสรุปในสิ่งที่อ่านจะช่วยให้เราจำได้นาน หากเราลืมก็ไม่ต้องเสียเวลาไปเปิดหาในหนังสือ การจดในสิ่งที่อ่านไม่ใช่การคัดลอกข้อความบางส่วนจากหนังสือ แต่เป็นการจดสรุปด้วย
ภาษาของเราเองซึ่งจะเป็นการถ่ายทอดความเข้าใจจากการอ่านออกมาได้ดีที่สุด ทำให้เราเข้าใจอย่างถ่องแท้
3.เปลี่ยนบรรยากาศในการอ่าน
บางทีสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ก็ทำให้บรรยากาศการ อ่านหนังสือ น่าเบื่อและจำเจ ลองลุกออกจากโต๊ะหรือมุมประจำ ย้ายไปอ่านหนังสือที่อื่นบ้าง หรือจะออกไปอ่านหนังสือนอกบ้าน ห้องสมุด ร้านกาแฟ หรือสวนสาธารณะ ก็จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งและตื่นตัว สร้างแรงบันดาลใจอ่านหนังสือมากขึ้นได้
4.ขจัดสิ่งรบกวน
ระหว่างที่เราอ่านหนังสือควรโฟกัสและให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือจริง ๆ ตัดสิ่งรบกวนรอบตัวออกไปให้หมด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และของเล่นเอนเตอร์เทนต่าง ๆ เพราะเราอาจจะเผลอใจหยิบขึ้นมาเล่นได้ทุกเมื่อ ทำให้สมาธิในการจดจ่อกับหนังสือลดลง การอ่านหนังสือก็จะไม่มีประสิทธิภาพ
5.ให้เวลาผ่อนคลาย
ในระหว่างที่อ่านหนังสือควรมีช่วงเวลาได้พักสมอง อาจจะอ่านหนังสือสัก 30 นาที แล้วพัก 15 นาที ก่อนจะกลับไปอ่านต่อ วิธีนี้จะช่วยให้สมองของเราไม่ล้า
ทั้งหมดนี้ก็เป็น เทคนิคการอ่านหนังสือ และปลุกไฟในการอ่านหนังสือที่น้อง ๆ เอาไปปรับตามกันดูได้ นอกจากนี้การลงคอร์สเรียนกับติวเตอร์มากประสบการณ์อย่างเช่น เก่งได้ อะคาเดมี่ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ เพราะน้อง ๆ จะได้เทคนิคและทริคต่าง ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ต่อยอดได้ทันที ทำให้เนื้อหาที่เรียนกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ช่วยย่นระยะเวลาในการทำความเข้าใจ ทำให้สนุกกับการเรียนและสนุกกับการอ่านหนังสือ
ที่มาข้อมูล
- https://www.youtube.com/watch?v=iIwdD5OrQWg
- https://www.dek-d.com/tcas/59623/
- https://www.admissionpremium.com/content/3059
ที่มารูปภาพ
- https://www.freepik.com/free-photo/education-concept-student-studying-brainstorming-campus-concept-close-up-students-discussing-their-subject-books-textbooks-selective-focus_1239172.htm#fromView=search&page=8&position=2&uuid=49be6a58-5190-4dba-957b-024b130c6873&query=+Tutoring