เปิดเทคนิคตะลุยข้อสอบ TGAT เตรียมพร้อมมุ่งสู่คณะในฝัน

11 กุมภาพันธ์ 2568

เปิดเทคนิคตะลุยข้อสอบ TGAT เตรียมพร้อมมุ่งสู่คณะในฝัน

เมื่อเริ่มเรียนชั้นมัธยมปลาย (ม. ปลาย) ความฝันของหลายคนก็คือการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะหลายคนมีแผนตั้งแต่ต้นแล้วว่าอยากเรียนต่อคณะอะไรในสถาบันไหน การสอบเข้าจึงถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยพาน้อง ๆ ไปสู่คณะในฝัน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการเตรียมตัวทำงาน มีการสอบหลายประเภท แต่หนึ่งในการสอบที่หลายคณะกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของคะแนนที่ต้องนำไปยื่นคือ TGAT หรือ Thai General Aptitude Test แล้วการสอบประเภทนี้คืออะไร สำคัญแค่ไหน รวมถึงควรมีการเตรียมตัวยังไง ... นี่คือคำตอบที่เราจะพาน้อง ๆ ไปค้นหาพร้อมกันในวันนี้

การสอบ TGAT สำคัญแค่ไหน ใครต้องสอบบ้าง?

tgat คือ ข้อสอบ Thai General Aptitude Test ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยแบบใหม่ที่เรียกว่า TCAS (Thai University Central Admission System) เป็นข้อสอบที่ออกแบบมาเพื่อประเมินศักยภาพด้านต่าง ๆ ของนักเรียน โดยเน้นไปที่ทักษะทั่วไปที่จำเป็นสำหรับการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การใช้ภาษาอังกฤษ รวมถึงการบริหารจัดการตนเองและหลักเหตุผล

หากถามว่าข้อสอบนี้มีความสำคัญแค่ไหน ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในปัจจุบันนักเรียนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สี่รอบคือรอบ Portfolio, รอบ Quota, รอบ Admission และรอบ Direct Admission คะแนนสอบประเภทนี้สามารถนำไปใช้ได้กับการรับเข้าทั้ง 4 รอบ ต่างกับคะแนนประเภทอื่นที่จะใช้ได้แค่บางรอบเท่านั้น โดยเกณฑ์คะแนนที่ใช้จะขึ้นกับการกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัย นอกจากนี้การที่ข้อสอบประเภทนี้วัดผลหลายด้าน ยังช่วยให้นักเรียนเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง และใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย เช่นการปรับปรุงเรื่องภาษาอังกฤษ และแม้ว่าข้อสอบนี้จะมีหลายส่วน (ซึ่งเราจะพูดถึงต่อไป) แต่การสอบทั้งหมดจะจบภายในสามชั่วโมง

นักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า รวมถึงผู้ที่ต้องการยื่นคะแนนเพื่อสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จะต้องสอบข้อสอบประเภทนี้ เพราะเป็นคะแนนที่ต้องใช้ในการยื่นคัดเลือกเกือบทุกคณะ ส่วนคำถามว่า tgat สอบวันไหน น้อง ๆ จำเป็นต้องติดตามข่าวสารในแต่ละปี ซึ่งการสอบส่วนใหญ่จะทำในช่วงเดือนธันวาคมของปีนั้น

ก่อนเริ่มเตรียมตัวต้องรู้ โครงสร้างข้อสอบเป็นยังไง?

อีกหนึ่งคำถามสำคัญที่เราเชื่อว่าน้อง ๆ คงอยากรู้คือ tgat มีอะไรบ้าง ซึ่งการรู้จักโครงสร้างข้อสอบเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเตรียมตัวเพื่อให้ได้คะแนนตามที่คาดหวัง โดยข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ใช้เวลาทำส่วนละ 1 ชั่วโมง แต่ละส่วนมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน ทำให้รวมแล้วจะมีคะแนนเต็ม 300 คะแนน โดยข้อสอบส่วนใหญ่เป็นแบบปรนัย (Multiple Choice) และบางส่วนอาจมีคำถามเชิงสถานการณ์ (Scenario-Based Questions) ซึ่งต้องใช้การคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุด และต่อไปนี้คือรายละเอียดเจาะลึกข้อสอบแต่ละส่วน

1. tgat1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ (English Communication)

ประกอบด้วยข้อสอบ 2 ส่วนย่อยคือทักษะการพูดสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งเน้นข้อสอบแบบถามตอบและการเติมบทสนทนา และอีกส่วนคือทักษะการอ่านซึ่งมีทั้งการเติมเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์และการอ่านจับใจความ

2. tgat2 การคิดอย่างมีเหตุผล (Critical and Logical Thinking)

เป็นส่วนที่ทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การเชื่อมโยงข้อมูล และการแก้ปัญหาโจทย์ที่ซับซ้อน ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้ในหลายสาขาวิชา ข้อสอบแบ่งเป็น 4 ส่วน ส่วนละ 20 ข้อ เริ่มด้วยการวัดความสามารถทางภาษา (ความเข้าใจและการสื่อความ) ความสามารถด้านตัวเลข (เช่นอนุกรม) ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์หรือเรขาคณิต และส่วนสุดท้ายคือความสามารถด้านเหตุผล ซึ่งจะเน้นไปที่การสรุปและวิเคราะห์ข้อความด้วยหลักเหตุผล

3. tgat3 สมรรถนะการทำงาน (Future Workforce Competencies)

เป็นข้อสอบที่เน้นประเมินความสามารถที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต เช่นทักษะการแก้ปัญหาโดยใช้นวัตกรรม รวมถึงการตัดสินใจเลือกในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยมีทั้งแบบเลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว และแบบเลือกคำตอบหลายข้อ

เผย 4 เคล็ดลับ เตรียมสอบด้วยตัวเองที่ใคร ๆ ก็ทำได้

1. ศึกษาให้ดีว่าคณะที่เราอยากเรียนใช้คะแนน TGAT กลุ่มไหนบ้าง จะได้โฟกัสให้ถูกจุด: แน่นอนว่าเราแนะนำให้น้อง ๆ ทำข้อสอบให้ครบทั้งสามส่วน แต่เมื่อยื่นคะแนนประกอบการรับเข้ามหาวิทยาลัย บางคณะอาจเลือกใช้คะแนนแค่บางกลุ่มเท่านั้น เช่นคณะที่เกี่ยวกับภาษาอาจให้ยื่นคะแนนเพียงแค่กลุ่มแรก เมื่อมีเป้าหมาย การเตรียมตัวก็จะง่ายขึ้น

2. วางแผนอ่านหนังสือ วิธีง่ายที่สุดคือกำหนดช่วงหนึ่งในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ให้เป็นช่วงเตรียมสอบ เช่นถ้าจะเตรียมตัววันละ 2 ชั่วโมงก่อนนอน ก็ควรทำให้ได้ตามนั้น และเมื่อทำได้ครบหนึ่งเดือน ก็อาจให้รางวัลกับตัวเองเพื่อเป็นแรงผลักดันให้สู้ต่อไปจนถึงเป้าหมาย

3. ตะลุยโจทย์ข้อสอบ แม้ว่าจะเป็นข้อสอบใหม่ แต่บางส่วนก็เอาแนวข้อสอบเก่า ๆ มาใช้ได้ โดยเฉพาะข้อสอบส่วนแรกที่เน้นทักษะภาษาอังกฤษ มีข้อสอบให้ทำมากมายแบบฟรี ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์

4. อย่าลืมดูแลร่างกายและจิตใจของตัวเองด้วย: ความรู้พร้อมแต่ร่างกายและจิตใจไม่พร้อม ก็อาจทำให้มีปัญหาในวันสอบจริงขึ้นมาได้ ฉะนั้นการพักผ่อนให้เพียงพอและทำจิตใจให้สบายก่อนสอบ จึงเป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่น้อง ๆ ไม่ควรมองข้าม

ถ้าอยากได้คอร์สติว จะเลือกยังไงดี?

หากรู้สึกว่าการเตรียมสอบด้วยตัวเองยากเกินไป หรือน้อง ๆ บางคนก็อาจกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ คอร์สติวก็เป็นอีกตัวช่วยที่มีไว้ให้น้อง ๆ ทุกคน วิธีการเลือกก็ไม่ยาก ควรเลือกสถาบันติวที่มีคอร์สให้เลือกอย่างหลากหลาย (จะได้มาที่เดียวแล้วจบ) มีความน่าเชื่อถือในเรื่องของอาจารย์ผู้สอน และที่สำคัญคือต้องมีราคาที่เป็นมิตรเข้าถึงง่าย

น้อง ๆ ได้รู้แล้วว่าเราจะเตรียมตัวสอบได้ยังไงเพื่อมุ่งไปสู่คณะในฝัน แต่ถ้าอยากใช้ตัวช่วยคือคอร์สติวสอบ แนะนำเรียนกับ เก่งได้ อะคาเดมี่ สถาบันเรียนออนไลน์ ที่นี่มีทุกอย่างซึ่งสถาบันติวที่ดีควรมี ไม่ว่าจะเป็นคอร์สที่หลากหลาย (ครบจบในที่เดียว) มีคอรส์เรียนและตะลุยโจทย์ TGAT ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เพื่อให้น้อง ๆ ได้เตรียมตัวสอบและมุ่งสู่เป้าหมายที่ได้ตั้งใจ 

ที่มาของข้อมูล:
- https://kengdai.ac/course/h/
- https://www.dek-d.com/tcas/62691/
- https://englishparks.in.th/english-tips/tgat-test/
- https://www.thestudy-th.com/blog/7867/2709-4