กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องรู้ก่อนว่า TPAT และ TGAT แตกต่างกันอย่างไร

2 เมษายน 2568
กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องรู้ก่อนว่า TPAT และ TGAT แตกต่างกันอย่างไร
 
  ไม่ใช่เรื่องแปลกที่น้อง ๆ มัธยมปลายหลายคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการสอบ TPAT และ TGAT แตกต่างกันอย่างไร เหตุผลเนื่องจากระบบการสอบทั้งสองแบบเพิ่งนำมาใช้ในปีการศึกษา 2566 จึงอาจทำให้น้อง ๆ พลาดโอกาสในการเตรียมตัวหรือแม้แต่สอบเข้าคณะที่ตัวเองใฝ่ฝัน ดังนั้นเพื่อให้น้อง ๆ เข้าใจเกี่ยวกับการสอบทั้งสองส่วนมากขึ้น เรามีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการสอบ  TPAT และ TGAT มาฝาก
 
TPAT และ TGAT แตกต่างกันอย่างไร จำเป็นต้องสอบทั้งสองอย่างไหม
สำหรับคนที่เป็นกังวลเกี่ยวกับข้อสอบ TPAT และ TGAT ว่าจะยาก เพราะเป็นระบบการสอบใหม่ที่พัฒนาจาก PAT และ GAT จึงทำให้น้อง ๆ คงอดกังวลไม่ได้ว่าจะยาก แต่ในความจริงแล้วข้อสอบทั้งสองอย่างครอบคลุมเนื้อหาที่เรียนในระดับชั้นมัธยมปลาย แต่มีความแตกต่างกันดังนี้
 
• TPAT หรือ Thai Professional Aptitude Test เป็นการสอบวัดความถนัดทางอาชีพ เพราะฉะนั้นข้อสอบจึงออกแบบมาเพื่อวัดทักษะเฉพาะของน้อง ๆ ที่ต้องการเข้าสมัครเรียนในสาขานั้น สำหรับการสอบ TPAT แบ่งออกเป็น 5 วิชา  วิชาละ 100 คะแนน ได้แก่ 
- TPAT1 ความถนัดทางแพทยศาสตร์
- TPAT2 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
- TPAT3 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์
- TPAT4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรม
- TPAT5 ความถนัดทางครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์
 
• TGAT หรือ Thai General Aptitude Test เป็นการสอบวัดความถนัดทั่วไปหรือความรู้ความสามารถพื้นฐานในการเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ข้อสอบจึงออกแบบเพื่อให้น้อง ๆ ได้คิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์กับ
ทุกสาขาวิชา สำหรับการสอบ TGAT มีคะแนนเต็ม 300 คะแนน แบ่งออกเป็น 3 พาร์ท ได้แก่ 
 
- TGAT1 พาร์ทการสื่อสารภาษาอังกฤษ สอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวนรวม 60 ข้อ ภายในเวลา 60 นาที คะแนนรวม 100 คะแนน แบ่งข้อสอบเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การสอบทักษะการพูด (Speaking Skill) คะแนนเต็ม 50 คะแนน และการสอบทักษะการอ่าน (Reading Skill) คะแนนเต็ม 50 คะแนน
 
- TGAT2 พาร์ทการคิดอย่างมีเหตุผล  สอบแบบปรนัย 5 ตัวเลือก จำนวนรวม 80 ข้อ ภายในเวลา 60 นาที คะแนนรวม 100 คะแนน แบ่งข้อสอบเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ความสามารถทางภาษา ความสามารถทางตัวเลข ความสามารถทางมิติสัมพันธ์ และความสามารถทางเหตุผล
 
- TGAT3 พาร์ทสมรรถนะทางการทำงาน  สอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก โดยให้เลือก 1 ตัวเลือกหรือหลายตัวเลือก จำนวนรวม 60 ข้อ ภายในเวลา 60 นาที คะแนนรวม 100 คะแนน แบ่งข้อสอบเป็น 4 ส่วน ได้แก่ การสร้างคุณค่าและนวัตกรรม คะแนนเต็ม 25 คะแนน การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน คะแนนเต็ม 25 คะแนน การบริหารจัดการอารมณ์ 25 คะแนน และการเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมของสังคม คะแนนเต็ม 25 คะแนน
 
จากคำถามที่ว่าจำเป็นต้องสอบทั้งสองอย่างไหม คำตอบคือไม่จำเป็นต้องสอบ TPAT หรือ TGAT ทุกวิชา แต่ต้องไปดูว่าคณะที่ต้องการยื่นสมัครใช้คะแนน TPAT อะไร และอัตราส่วนเท่าไหร่ เนื่องจากแต่ละสาขา คณะ และมหาวิทยาลัยมีข้อกำหนดคะแนนแตกต่างกัน เช่น คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำหนดใช้ TPAT3 ที่สัดส่วน 50 ในขณะที่สาขาวิชาเคมีบูรณาการ (นานาชาติ) ต้องใช้ TGAT1 สัดส่วน 30 และ TGAT3 สัดส่วน 30 เป็นต้น 
 
TPAT และ TGAT ยื่นคะแนนตอนไหน
ปัจจุบันการสมัครเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาของประเทศไทยจะใช้ระบบ TCAS หรือ Thai University Center Admission System ดำเนินการโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดยเปิดให้ยื่นทั้งสิ้น 4 รอบ ได้แก่ รอบ Portfolio รอบโควต้า รอบ Admission และรอบ Direct Admission ซึ่งคะแนนโควตา รอบ TPAT และ TGAT สามารถนำไปยื่นได้ทั้งสิ้น 3 รอบ ได้แก่
 
• รอบโควตา 
เป็นรอบที่แต่ละคณะและมหาวิทยาลัยกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเอง ซึ่งการสมัครที่เห็นกันบ่อยคือ การรับโควตาภาคหรือโครงการความสามารถพิเศษ รายละเอียดการรับสมัครและเงื่อนไขคะแนนจึงมีความแตกต่างกันในแต่ละคณะและมหาวิทยาลัย แต่โดยทั่วไปจะใช้ทั้งคะแนน TGAT คะแนน TPAT และ คะแนน A-Level 
 
• รอบ Admission
เป็นรอบระบบ TCAS เพื่อคัดเลือก จึงเป็นรอบที่ได้รับความนิยมจากทั้งน้อง ๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และกลุ่มเด็กซิวที่ต้องการเปลี่ยนสาขาวิชาเรียน เนื่องจากในรอบนี้สามารถเลือกคณะที่ต้องการได้ถึง 10 อันดับ อีกทั้งยังมีการประมวลผลการ Admission จำนวน 2 รอบ ทำให้มีโอกาสสอบติดคณะที่ต้องการมากขึ้น สำหรับการคัดเลือกในรอบนี้นอกจากคะแนน TGAT คะแนน TPAT และ คะแนน A-Level แล้ว ยังพิจารณา GPAX (Grade Point Average Cumulative) หรือเกรดเฉลี่ยสะสมในช่วงขั้นมัธยมศึกษาตอนปลายด้วย
 
• รอบ Direct Admission
เป็นรอบสุดท้ายในการยื่นคะแนนสอบเพื่อเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งในรอบนี้เป็นรอบที่มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครเอง จึงมีชื่อรอบเรียกกันโดยทั่วไปว่า ‘รอบรับตรงอิสระ’ โดยจะพิจารณาทั้งคะแนน TGAT คะแนน TPAT คะแนน A-Level และ GPAX อย่างไรก็ตามสำหรับรอบ Direct Admission จะมีการเปิดรับเพียงบางสาขาและบางมหาวิทยาลัยเท่านั้น จึงทำให้รับในจำนวนจำกัด
 
แนะวิธีเตรียมตัวสอบ TPAT และ TGAT ฉบับเร่งด่วน
  จากข้อมูลจะเห็นว่าทั้ง TGAT และ tpat คือ การสอบที่สำคัญของน้อง ๆ ที่อยากเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา รวมถึงนักศึกษาที่อยากจะเปลี่ยนสายในปีการศึกษาหน้า เพราะคะแนนส่วนนี้สามารถนำไปยื่นได้ถึง 3 รอบ แต่ถ้าใครที่คิดว่าตัวเองอาจเตรียมตัวสอบไม่ทันมีวิธีเตรียมตัวง่าย ๆ มาฝาก
• อ่านสรุปย่อเนื้อหาสำคัญเพื่อให้เข้าใจเนื้อหาคร่าว ๆ ให้เร็วที่สุด 
• ฝึกทำโจทย์จากข้อสอบเก่า ช่วยให้รู้จุดอ่อนของตัวเอง
• เข้าคอร์สติวออนไลน์ที่รวบรวมเนื้อหาไว้ในคอร์สเดียว
 
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการสอบ TPAT และ TGAT ที่เรานำมาฝาก ซึ่งอย่างที่เห็นว่าการสอบทั้งสอบอย่างมีความสำคัญมาก ซึ่งหากน้อง ๆ ไม่อยากเหนื่อยอ่านหนังสือตอนใกล้สอบให้อ่านหนังสือตุนความรู้ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ถ้าใครอยากได้ตัวช่วยดี ๆ แนะนำ https://kengdai.ac/ เก่งได้ อะคาเดมี่ คอร์สเรียนออนไลน์ที่มีครบทุกวิชา ไม่ว่าจะสอบ TGAT TPAT หรือ A LEVEL เข้าใจพร้อมสอบทุกสนาม!
 
 
 
 
 
ที่มาข้อมูล 
- https://www.dek-d.com/tcas/62691/
- https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/95278
- https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/92280
- https://www.trueplookpanya.com/education/content/95082-edu-
- https://www.true.th/blog/tcas-tgat-tpat/
- https://www.southeast.ac.th/blog/what-is-tcas/
- https://admission.ku.ac.th/majors/project/28/
- https://kengdai.ac/