วิธีจัดตารางอ่านหนังสือสำหรับเด็กประถม

29 พฤษภาคม 2568

วิธีจัดตารางอ่านหนังสือสำหรับเด็กประถม

จัด ตารางอ่านหนังสือ สำหรับเด็กประถม เริ่มต้นที่ผู้ปกครองมีส่วนร่วม เสริมด้วยกิจกรรมสนุก ทำให้การอ่านหนังสือไม่น่าเบื่อ

ช่วงวัยประถม จัดว่าเป็นช่วงวัยที่เด็กมีการพัฒนาในทุกด้านทั้งร่างกาย อารมณ์ และสมอง การเรียนของนักเรียนในวัยนี้ก็ถือเป็นรากฐานที่สำคัญเช่นกัน เพราะถ้าเริ่มต้นเรียนได้ดี มีนิสัยที่พึงประสงค์เช่นเป็นคนรักการอ่าน รวมถึงรู้ว่าตัวเองชอบทำอะไร การเรียนในระดับที่สูงขึ้นก็จะทำได้ดีตามไปด้วย ในฐานะพ่อแม่ เทคนิคจัด ตารางอ่านหนังสือ ให้ลูกตั้งแต่วัยประถม จะช่วยปลูกฝังทั้งนิสัยรักการอ่าน การเป็นคนมีระเบียบ รวมถึงรู้จักการทำตามเป้าหมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้ส่งผลดีกับแค่การเรียนเท่านั้น

ทำไมเด็กประถมควรมี ตารางอ่านหนังสือ

อย่างที่พูดไปแล้วว่าวัยประถมคือช่วงที่สมองกำลังได้รับการพัฒนา ความสามารถในการจำ การเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์เริ่มต้นขึ้นในช่วงนี้ หากมีการ จัดตารางอ่านหนังสือ ให้เด็กในช่วงวัยนี้ ก็จะไม่ช่วยเพียงแค่เรื่องการเรียนเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อื่นอีกมากมาย รวมถึงยังช่วยพัฒนาทักษะชีวิตที่สำคัญสำหรับอนาคตอีกด้วย ต่อไปนี้คือประโยชน์เพียงบางส่วนเท่านั้นที่น้อง ๆ หนู ๆ จะได้รับ

• สร้างนิสัยการบริหารเวลา การจัดตารางให้เด็กได้เรียนรู้ว่าทุกกิจกรรมมีเวลาของมัน ช่วยให้เด็กเติบโตมาเป็นคนที่บริหารเวลาได้ดี เด็กจะได้เรียนรู้ว่าแม้แต่การอ่านหนังสือก็ควรมีเวลาที่เหมาะสม รวมถึงได้รู้ว่าเราควรทำตามตารางที่ตั้งไว้ ในอนาคตเมื่อโตขึ้นและจัดตารางให้กับเรื่องอื่นด้วยตัวเอง ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นคนที่ทำตามแผน

• ลดความเครียดจากการบ้านและการเตรียมตัวสอบ เมื่อเด็กมีเวลาทบทวนบทเรียนเป็นประจำ จะไม่รู้สึกกดดันเมื่อต้องทำการบ้านหรือสอบ เพราะมีความพร้อมอยู่เสมอ หากค่อย ๆ ทำตามตาราง ก็จะไม่ต้องเจอกับความกดดันเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่มีแผนการอ่านหนังสือและมาอ่านทีเดียวช่วงใกล้สอบ

• ช่วยให้โตขึ้นเป็นคนที่มีเป้าหมายและวินัยในตัวเอง การที่น้อง ๆ ได้ทำตามตารางอย่างสม่ำเสมอช่วยให้เด็กมีความรับผิดชอบและรู้จักตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ในแต่ละวัน หากเริ่มรู้สึกว่าเราต้องอ่านหนังสือตามตารางนี้ให้ได้ เมื่อโตขึ้นไปตั้งเป้าหมายกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ก็มีแนวโน้มว่าจะทำออกมาได้ดีเพราะพื้นฐานความมีวินัยได้ถูกสร้างไว้แล้ว

• เสริมสร้างสมาธิ การกำหนดเวลาสำหรับอ่านหนังสือโดยเฉพาะ ช่วยให้น้อง ๆ วัยประถมฝึกสมาธิและโฟกัสกับการเรียนรู้ได้ดีขึ้น

จัดตารางอ่านหนังสือยังไงให้เด็กสนุกกับการเรียนรู้

1. เลือกเวลาอ่านหนังสือที่เหมาะสม
ควรเลือกช่วงเวลาที่เด็กมีพลังงานและอารมณ์ดี เช่น หลังจากพักกลางวัน หรือช่วงหัวค่ำก่อนนอน เพราะถ้าเด็กเหนื่อยหรือหิว การบังคับให้อ่านหนังสืออาจทำให้รู้สึกไม่สนุกและต่อต้านได้ หลายคนที่เป็นผู้ใหญ่คงรู้สึกว่าเราทำงานได้ดีในช่วงเวลาหนึ่ง แต่กลับทำได้ไม่ดีในอีกช่วงเวลา เด็กก็เช่นกัน ฉะนั้น หากสังเกตพบว่าเด็กมีสมาธิมากที่สุดในช่วงไหน การจัดตารางให้อ่านหนังสือในช่วงนั้นก็จะช่วยให้ทำความเข้าใจเนื้อหาที่อ่านได้ดีขึ้น

2. ใส่กิจกรรมเสริมสร้างความสนุก
สอดแทรกกิจกรรมที่ช่วยให้การอ่านหนังสือไม่น่าเบื่อ เช่น เกมทายคำศัพท์ อ่านหนังสือควบคู่กับนิทานภาพ ฝึกวาด Mind Map หลังอ่านเสร็จ หรือทำสมุดสะสมดาวเมื่อลงมืออ่านครบตามเวลาที่กำหนดไว้ หลายกิจกรรมนอกจากทำให้เด็กอ่านหนังสือได้สนุกขึ้นแล้วยังช่วยทบทวนเนื้อหาที่อ่านไปได้อีกด้วย

3. ออกแบบตารางร่วมกับเด็ก
การให้เด็กมีส่วนร่วมในการออกแบบตาราง เช่น เลือกเวลาที่อยากอ่าน เลือกว่าวันไหนอยากอ่านวิชาอะไร หรือเลือกหนังสือที่อยากอ่าน จะทำให้เด็กมีความรู้สึกเป็นเจ้าของแผนการเรียนรู้ และกระตือรือร้นที่จะทำตามตารางมากขึ้น การทำแบบนี้ยังช่วยให้รู้ได้อีกด้วยว่าน้อง ๆ ในวัยประถมชอบอะไรเป็นพิเศษ

4. ใช้รูปภาพหรือตารางสีสันสดใส
หากทำแผนการอ่านหนังสือออกมาเป็นตารางที่มีภาพการ์ตูนสีสันสดใส หรือสติ๊กเกอร์น่ารัก ๆ จะดึงดูดความสนใจและกระตุ้นให้เด็กทำตามแผนได้มากกว่าตารางที่บอกเป็นคำพูดเฉย ๆ หรือตารางที่มีแต่ตัวหนังสือ

5. ให้คำชมหรือรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นกำลังใจ
การให้คำชมหรือมอบรางวัลเล็ก ๆ เช่นขนม ของเล่นที่ชอบ หรือเวลาพิเศษในการเล่นเกม เมื่อเด็กทำตามตารางได้ จะเป็นแรงจูงใจที่ดีให้กับการทำตามแผนในครั้งต่อไป

จัดตารางอ่านหนังสือแบบไหนดีไม่ให้เด็กรู้สึกว่าหนักเกินไป
เริ่มด้วยการแบ่งเวลาเรียนกับเวลาพักอย่างสมดุล เพราะเด็กเล็กมีช่วงเวลาสมาธิสั้นกว่าผู้ใหญ่ ช่วงที่เด็กโฟกัสได้ดีที่สุดมักอยู่ที่ประมาณ 20-30 นาทีต่อครั้ง ดังนั้น ตารางอ่านหนังสือ ควรแบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ เช่น อ่าน 30 นาที พัก 5 นาที เพื่อไม่ให้เด็กเหนื่อยล้าเกินไป การ จัดตารางอ่านหนังสือ ที่ดีจึงไม่ควรเน้นปริมาณของเวลา แต่เน้นการทำในช่วงเวลาที่เด็กโฟกัสได้

นอกจากนี้ สำหรับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ ไม่ควรให้อ่านวิชาเดียวต่อเนื่องนาน ๆ ควรสลับระหว่างวิชาหนัก เช่นคณิตศาสตร์ กับวิชาเบา ๆ เช่นภาษาและศิลปะ และเพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกว่าอ่านหนังสือหนักเกินไป ควรกำหนดวันหยุดอ่านหนังสือสัปดาห์ละ 1-2 วัน เพื่อให้เด็กมีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ เช่นวันเสาร์เป็นวันทำกิจกรรมสร้างสรรค์แทนการอ่านหนังสือ และวันอาทิตย์เป็นวันที่จะพักหรือเลือกทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ

การมี ตารางอ่านหนังสือ ช่วยให้เด็กเตรียมสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและการเป็นคนมีระเบียบวินัย แต่หากต้องการตัวช่วยติวสอบ ต้องที่ เก่งได้ อะคาเดมี่ เรามีคอร์สตั้งแต่ระดับประถมไปจนถึงมัธยมปลาย ทุกคอร์สเรียนได้แบบออนไลน์ จะจัดตารางแบบไหนก็เลือกเรียนได้ตามสะดวก และเรามีคอร์สครบทุกวิชาหลัก พร้อมช่วยน้อง ๆ นักเรียนทุกคนให้ทำคะแนนออกมาได้ดีที่สุด

ที่มาของข้อมูล:
-    https://kengdai.ac/course/
-    https://th.theasianparent.com/reading-tables
-    https://club.b2s.co.th/th/knowledge-detail/12172/learning-tricks
-    https://tinyurl.com/ykd3pw77

ที่มารูปภาพ
-      freepik.com