ทำความเข้าใจ TPAT2 คืออะไร พร้อมแนะนำวิธีเตรียมสอบฉบับคนไม่มีเวลา
28 กุมภาพันธ์ 2568
tpat2 คือ อะไร เชื่อว่าเป็นหนึ่งในคำถามที่น้อง ๆ หลายคนสงสัยและกำลังกังวลว่าตัวเองต้องสมัครสอบหรือไม่ เพื่อให้ทุกคนหายข้องใจ มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ TPAT2 พร้อมการเตรียมตัวสอบฉบับคนที่อยากสอบแต่ไม่มีเวลามาฝาก
ข้อสอบ TPAT2 คืออะไร
สำหรับข้อสอบ tpat2 คือ หนึ่งในข้อสอบวัดความถนัดทางด้านวิชาชีพหรือ TPAT ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจของน้อง ๆ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และระดับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 3 ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงเด็กซิ่วที่ต้องการเปลี่ยนคณะ โดยข้อสอบ TPAT2 เป็นการสอบวัดความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ข้อสอบจึงเกี่ยวข้องกับวิชาทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ ซึ่งการสอบจะเปิดสอบเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น แต่เช่นเดียวกับการสอบ TPAT อื่น ๆ การสอบความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์เองสามารถเลือกสอบได้ทั้งรูปแบบกระดาษ (paper-based) และรูปแบบคอมพิวเตอร์ (computer-based) แต่ทั้งนี้การสอบรูปแบบคอมพิวเตอร์จะประกาศผลเร็วกว่าการสอบรูปแบบกระดาษ
คะแนน TPAT2 สำคัญอย่างไร ใช้ยื่นอะไร
เนื่องจากเป็นการสอบวัดความถนัดทางด้านศิลปกรรมศาสตร์ ดังนั้นจึงไม่ใช่น้อง ๆ ทุกคนที่จำเป็นต้องสมัครสอบ แต่หากต้องการเข้าเรียนในคณะที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ อย่างสาขาทัศนศิลป์ สาขาการออกแบบสื่อนวัตกรรม สาขาการออกแบบ สาขานิเทศศิลป์ สาขาวิจิตรศิลป์ สาขาศิลปะการแสดง สาขาดนตรี สาขานาฏศิลป์ สาขาศิลปะ สาขาดนตรี คะแนน TPAT ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ถือเป็นคะแนนสำคัญที่จำเป็นต้องสอบเพื่อนำไปยื่นในรอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้ง 4 รอบ ได้แก่ รอบแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) รอบโควตา รอบ Admission และ รอบ 4 Direct Admission ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัย
อัปเดตคลังข้อสอบจำลอง TPAT2
หากถามว่าการ tpat2 สอบอะไรบ้าง คำตอบคือ การสอบความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์จะมีด้วยกัน 3 วิชา โดยมีจำนวนข้อสอบวิชาละ 50 ข้อ 100 คะแนน ทุกวิชาเป็นการตอบทำข้อสอบแบบปรนัยจำนวน 4 ตัวเลือก เวลาทำข้อสอบ 180 นาที โดยคิดคะแนนรวมเป็น 100 คะแนน ซึ่งจะคำนวณจากการเฉลี่ยจากทั้ง 3 พาร์ท โดยแต่ละพาร์ทประกอบด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้
• ส่วนที่ 1 TPAT21 ข้อสอบวิชาทัศนศิลป์ ประกอบด้วยเรื่องหลักการออกแบบ การจัดองค์ประกอบศิลป์ การวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์งานทัศนศิลป์ ความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การเห็นคุณค่า การถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่องานทัศนศิลป์ และทัศนศิลป์กับการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างคำถามเช่น
- คุณลักษณะของสีประเภทต่าง ๆ
- ความหมายของทัศนธาตุ
- ความหมายของสัญลักษณ์ทางศิลปะ
- วรรณะสีร้อนและเย็น
- หลักการออกแบบทัศนศิลป์
- ประเภทของรูปภาพ
- สถาปัตยกรรมไทย
• ส่วนที่ 2 TPAT22 ข้อสอบวิชาดนตรี ประกอบด้วยเรื่องจังหวะ ทํานอง เสียงประสาน รูปพรรณ สีสันของเสียง ลักษณะของเสียง รูปแบบ ประวัติและวรรณคดีดนตรี เครื่องดนตรีและแหล่งกําเนิดของเสียง ระดับของการฟัง หลักในการปฏิบัติทักษะดนตรี ความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับสังคมและการประยุกต์ใช้ดนตรีในชีวิต ตัวอย่างแนวข้อสอบเช่น
- เพลงที่ใช้ในพิธีต่าง ๆ
- ความหมายของคำทางดนตรีสากล
- การอ่านโน้ตแบบต่าง ๆ
- ความหมายของบันไดเสียง (Scale)
- เสียงของตัวโน้ต
- ลักษณะของการออกเสียงแบบต่าง ๆ
- วัฒนธรรมทางดนตรีประเภทต่าง ๆ
- การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมทางดนตรี
• ส่วนที่ 3 TPAT23 นาฏศิลป์ ประกอบด้วยเรื่องพื้นฐานการใช้ร่างกายทางด้านนาฏศิลป์ การสื่อสารด้วยท่าทาง หลักการใช้พื้นที่ทางด้านนาฏศิลป์ และปฏิภาณไหวพริบสําหรับผู้แสดงนาฏศิลป์ ตัวอย่างแนวข้อสอบเช่น
- ท่าฝึกโขนเบื้องต้นสำหรับตัวละครต่าง ๆ
- สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติเมื่อต้องการอบอุ่นร่างกายของผู้เรียนนาฏศิลป์
- ชื่อท่านาฏยศัพท์ในหมวดต่าง ๆ
- ลักษณะของภาษากายที่แทนรูปประโยค
- ท่าแสดงที่แทนอิริยาบถต่าง ๆ
- ความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมการแสดงของภาคหรือประเทศต่าง ๆ
- ประวัติการแสดงประเภทต่าง ๆ อย่างละครโอเปร่าหรือโขนของไทย
- เครื่องประดับและเครื่องแต่งกายของตัวละคร
วิธีเตรียมตัวสอบ TPAT2 ฉบับคนไม่มีเวลา
เนื่องจากทาง ทปอ. หรือที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยไม่มีข้อจำกัดในการสอบ GAT/TPAT 2 – 5 ซึ่งหมายความว่าน้อง ๆ สามารถลงสอบกี่วิชาและกี่พาร์ทก็ได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะอ่านหนังสือไม่ทัน ดังนั้นวันนี้เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ที่ตั้งใจสอบ TPAT2 แต่อ่านหนังสือไม่ทัน มีวิธีง่าย ๆ ในการเตรียมตัวสอบฉบับคนไม่มีเวลามาฝาก
• ตรวจสอบข้อกำหนดของสาขาที่ต้องการสอบ
อย่างที่รู้กันแล้วว่าข้อสอบความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์แบ่งออกเป็น 3 พาร์ท คือ ทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ ซึ่งสามารถเลือกสอบครบทั้ง 3 พาร์ท หรือเลือกสอบพาร์ทใดพาร์ทหนึ่งก็ได้ ดังนั้นหากไม่มีเวลาอ่านครบทั้ง 3 พาร์ท แนะนำให้ตรวจสอบว่าสาขาที่อยากเข้าใช้คะแนนพาร์ทไหนและมุ่งเน้นอ่านในส่วนนั้นแทน อย่างคณะวิจิตรศิลป์ สาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้คะแนน TPAT21 ที่ 25% แต่ถ้าเป็นคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบเครื่องประดับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒใช้ TPAT21 ถึง 60% แต่ทั้งสองมหาวิทยาลัยไม่ใช่คะแนน TPAT22 และ TPAT23 จึงไม่จำเป็นต้องสอบ
• ติวออนไลน์เพื่อเพิ่มความรู้ที่สำคัญ
สำหรับคนที่ไม่มีเวลาการติวออนไลน์ถือว่าเป็นอีกวิธีที่ได้ผลดี เพราะนอกจากจะได้เน้นในส่วนของเนื้อหาที่สำคัญแล้ว ยังสามารถทบทวนความรู้ได้ทุกสถานที่และทุกเวลาที่ต้องการด้วย
• ฝึกทำโจทย์ก่อนลงสนามจริง
แน่นอนว่าถึงแม้จะทบทวนความรู้จนเต็มหรือเรียนออนไลน์จนเข้าใจแล้ว แต่ไม่ลงมือฝึกทำโจทย์ในวันสอบจริงอาจทำข้อสอบไม่ทัน เพราะฉะนั้นแนะนำให้ทดลองทำข้อสอบและจับเวลาก่อนถึงวันสอบ
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับการสอบความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ที่นำมาฝาก แต่หากคิดว่าเตรียมตัวไม่ทันและอยากหาตัวช่วยบอกเลยว่าต้อง เก่งได้ อะคาเดมี่ https://kengdai.ac/ คอร์สเรียนออนไลน์ที่เหมาะกับคนไม่มีเวลา เพราะอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่จำเป็นต่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยติวเตอร์มืออาชีพทุกวิชา
ที่มาข้อมูล
- https://mytcas.com/blueprint/tpat2-20/
- https://www.dek-d.com/tcas/65097/
- https://www.dek-d.com/tcas/62691/
- https://www.dek-d.com/tcas/65505/
- https://today.line.me/th/v2/article/60wNV3j
- https://www.trueplookpanya.com/examination2/doExam?id=14423
- https://static.trueplookpanya.com/trueplookpanya/media/hash_knowledge/202411/35856/48390/FILE_3585648390.pdf
- https://static.trueplookpanya.com/trueplookpanya/media/hash_knowledge/202412/35920/48521/FILE_3592048521.pdf