เจาะลึกการสอบ TGAT, TPAT และ A-Level พร้อมแนะนำสิ่งที่ผู้สมัครต้องรู้ก่อนเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยถือเป็นก้าวสุดท้ายของการเรียน ก่อนที่น้อง ๆ จะก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งทุกคนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยนี้ จำเป็นที่จะต้องรู้จักตัวตนของตนเอง ว่าชอบอะไร ต้องการอะไร เพื่อที่จะตัดสินใจในการเลือกคณะที่ตนเองต้องการและตอบโจทย์การนำความรู้ไปใช้หรือต่อยอดในการทำงานหลังเรียนจบ ที่เหลือก็เพียงแค่เตรียมความพร้อมในการสอบให้กับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกทำโจทย์, สรุปเนื้อหาไม่ว่าจะเป็นการสอบ TGAT, TPAT และ A-Level เพื่อที่จะพิชิตคณะและมหาวิทยาลัยที่ตนเองใฝ่ฝันได้
เจาะลึกการสอบ TGAT, TPAT และ A-Level
ประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความได้เปรียบ-เสียเปรียบ เหมาะสมกับมาตรฐานการศึกษาและตอบโจทย์ความสามารถของนักเรียน โดยมีการกำหนดระบบ TCAS (Thai University Center Admission System) ขึ้นมาเพื่อใช้ในการรับสมัครนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยแบ่งวิธีการสอบออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่
1. TGAT: ทดสอบความถนัดทั่วไป
TGAT เป็นการวัดความสามารถทั่วไปใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การสื่อสารภาษาอังกฤษ การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น การสอบนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการวัดศักยภาพในการปรับตัวและเรียนรู้ในระดับมหาวิทยาลัยตัวอย่างข้อสอบความสามารถในการสื่อความหมาย
(1) ข้อใดมีความหมายแคบที่สุด
1. ฉันชอบสะสมเครื่องเงิน
2. ผู้หญิงคู่กับเครื่องสำอาง
3. หมู่บ้านนี้ทำเครื่องจักสาน
4. เค้าชวนคุณแม่ไปซื้อเครื่องเรือน
5. ผงซักฟอกนี้ใช้กับเครื่องซักผ้าข้อ 5 คือ คำตอบที่ถูก
2. TPAT: ทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ
TPAT เน้นวัดความถนัดเฉพาะสาขาวิชาชีพ เช่น แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือศิลปกรรมศาสตร์ การสอบนี้สำคัญสำหรับนักเรียนที่มีเป้าหมายในสายอาชีพเฉพาะ และต้องการแสดงศักยภาพที่ตรงกับสาขาที่เลือก
ตัวอย่างข้อสอบ ส่วนที่ 1 : การทดสอบความถนัด (aptitude test) ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ การทดสอบความถนัดด้านตัวเลข (Numerical Reasoning Aptitude Test)
(1) จงหาจำนวนต่อไปของอนุกรมต่อไปนี้16, 1, 8, 3, 4, 9, 2, ?
1. 27 ข้อ 1 คือ คำตอบที่ถูก
2. 28
3. 29
4. 30
5. 31
3. A-Level: วัดความรู้เชิงวิชาการ
A-Level เป็นการสอบที่วัดความรู้เฉพาะวิชาที่ใช้ในแต่ละคณะ เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ ข้อสอบมีความเข้มข้นและครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดที่เรียนมาในระดับมัธยมปลาย การทำคะแนนใน A-Level จึงเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย
เทคนิคการใช้ข้อสอบเก่า A-Level ให้ได้ผลในสนามสอบจริง
เป็นที่รู้กันดีว่าคะแนนสำหรับใช้ในการคัดเลือกน้อง ๆ นักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อในรั้วมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การสอบ A-Level ที่เน้นความรู้ในเชิงวิชาการมาใช้ในการสอบ ทุกคนจะต้องเตรียมความพร้อมในส่วนนี้ให้มากที่สุด โดยวันนี้จะมาแนะนำเทคนิคพิชิตการสอบ a level คือ การใช้ข้อสอบเก่ามาเป็นตัวช่วยให้ได้ผลในสนามจริง
- นำข้อสอบเก่ามาวิเคราะห์
ให้นำข้อสอบเก่าของแต่ละวิชาที่จะใช้สอบเพื่อมาวิเคราะห์ถึงเนื้อหาและแนวทางของข้อสอบ เพื่อที่จะดูว่าในแต่ละปี เนื้อหาที่ออกสอบเป็นเนื้อหาส่วนไหนมากที่สุด - ฝึกทำข้อสอบเก่า
การฝึกทำข้อสอบเก่าไม่ได้มีแค่การทดสอบความรู้ แต่ยังช่วยให้น้อง ๆ รู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเอง วิเคราะห์คำตอบผิดเพื่อปรับปรุงวิธีการเรียนรู้ในอนาคต พร้อมกับทดสอบจับเวลาในการทำข้อสอบ เพื่อบริหารเวลา ลดความตื่นเต้นและสร้างความมั่นใจเมื่อต้องลงสนามจริง
วางแผนเตรียมตัวสอบอย่างไรให้ตรงเป้า
- กำหนดเป้าหมายชัดเจน
เลือกคณะและมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้า จากนั้นศึกษาคะแนนขั้นต่ำของปีที่ผ่านมาว่าต้องได้เท่าไรในแต่ละวิชา เพื่อวางแผนการเรียนที่เหมาะสม - จัดตารางเวลาเรียนอย่างเป็นระบบ
แบ่งเวลาให้เหมาะสมระหว่างการเรียนปกติ การอ่านหนังสือ และการทำแบบฝึกหัด น้อง ๆ สามารถใช้คอร์สเรียนออนไลน์ ที่มีเนื้อหาเฉพาะสำหรับการสอบ TGAT, TPAT และ A-Level ได้ - พักผ่อนให้เพียงพอ
การเรียนหนักเกินไปอาจทำให้เกิดความเครียด ควรพักผ่อนให้เพียงพอและหากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย หรือการฟังเพลงเบา ๆ เพื่อรักษาสมดุลของจิตใจและร่างกาย
คอร์สเรียนช่วยเพิ่มคะแนน เพื่อก้าวสู่มหาวิทยาลัย
สำหรับนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมในการเตรียมสอบ TCAS เพื่อเสริมความมั่นใจ คอร์สเรียนออนไลน์เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ของการเรียนในยุคนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คอร์สเรียนออนไลน์ช่วยเพิ่มคะแนนในการสอบได้ประกอบไปด้วย
มีความยืดหยุ่นสูง
- ผู้เรียนสามารถเลือกเวลาเรียนที่เหมาะสมกับตารางชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า กลางวัน
- สามารถย้อนดูบทเรียนได้หลายครั้ง เพื่อทำความเข้าใจในเนื้อหาที่ยังไม่เข้าใจ
เข้าถึงติวเตอร์ชื่อดังระดับประเทศ
- คอร์สเรียนออนไลน์มักมีติวเตอร์ชื่อดังหรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่าง ๆ ทำให้ผู้เรียนได้รับคำแนะนำและเคล็ดลับเฉพาะที่เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ
- ผู้เรียนสามารถสอบถามข้อสงสัยผ่านระบบถาม-ตอบที่มีให้ในแพลตฟอร์ม
เนื้อหาได้รับการออกแบบมาเฉพาะสำหรับการสอบ
- คอร์สออนไลน์ เช่น เก่งได้ อะคาเดมี่ มีการออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับข้อสอบจริง เช่น TGAT, TPAT และ A-Level
- เนื้อหาแบ่งออกเป็นหัวข้อย่อย ทำให้เรียนง่ายและเข้าใจได้เร็วขึ้น
แบบฝึกหัดและข้อสอบจำลอง
- นักเรียนสามารถฝึกทำแบบฝึกหัดที่มีคำอธิบายละเอียดและข้อสอบจำลองเพื่อเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์
การประเมินผลและติดตามความก้าวหน้า
- ระบบเรียนออนไลน์สามารถบันทึกคะแนนและประเมินผลการเรียนของผู้เรียนได้
- ผู้เรียนสามารถดูความก้าวหน้าของตัวเองและปรับแผนการเรียนให้เหมาะสม
ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
- นักเรียนไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางและค่าหนังสือ
- หลายคอร์สมีเนื้อหาครอบคลุม ทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองในการเรียนแยกรายวิชา
หากอยากทราบว่า a level สอบวันไหน น้อง ๆ สามารถตรวจสอบกำหนดการสอบล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ mytcas.com จะพบกับปฏิทินการสมัครสอบและปฏิทินการสอบ TGAT/TPAT เเละ A-Level ข้อมูลวันสอบที่อัปเดต พร้อมทั้งรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการเตรียมตัวสอบได้อย่างครบถ้วน ส่วนการเตรียมตัวสอบ TGAT, TPAT และ A-Level ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมีการวางแผนที่ดี เลือกคอร์สติวเตอร์มีคุณภาพก็จะช่วยให้การสอบสำเร็จลุล่วง อย่างที่ เก่งได้ อะคาเดมี่ หนึ่งในเว็บไซต์ติวเตอร์ออนไลน์ มีคอร์สออนไลน์ติว TGAT, TPAT และ A-Level จะช่วยให้น้อง ๆ มีโอกาสประสบความสำเร็จในการสอบและก้าวสู่มหาวิทยาลัยที่ฝันไว้ได้อย่างมั่นใจ
ที่มาของข้อมูล
- https://tcaster.net/tcas-news/gettoknow-tgat-tpat-alevel/
- https://club.b2s.co.th/th/knowledge-detail/12485/Exam-preparation
- https://www.youtube.com/watch?v=eBHCC8hCUI0
- https://mytcas.com/